Actions

Work Header

Crown Prince's Cat

Summary:

สำหรับอัลเบลแล้ว เคลก็เหมือนแมว...ทั้งเข้าใจยาก ออกไปข้างนอกทีไรก็ก่อแต่เรื่อง เข้าหาแล้ววิ่งหนี พอไม่มีอารมณ์เล่นด้วยก็วิ่งหา
เห็นทีเจ้าแมวยักษ์ขนแดงตัวนี้คงเห็นเขาเป็นเพียงคนให้คุกกี้กับป้ายทองล่ะมั้ง
แต่ทำไงได้...เขาสถาปนาตัวเองเป็นทาสแมวแล้ว จะเมินเฉยนายท่านได้อย่างไร
“อัลเบล ทำไมเปลี่ยนโซฟาล่ะ?”
“แมวข้านอนไม่สบายขอรับ”
“หา?”

Work Text:

 

0

อัลเบลประสานมือไว้ใต้คาง นั่งมองคนที่นั่งอยู่ในชุดโซฟาข้างโต๊ะทำงานด้วยแววตาซับซ้อน

“เคล”

“พะยะค่ะ?”

“...อยากได้ไปเลี้ยงไหม?”

ใบหน้าที่เรียบเฉยเสมอของเคลขมวดมุ่นไม่ชอบใจ “ทรงตรัสอะไร นี่แมวของพระองค์ไม่ใช่หรือ”

เจ้าแมวสีส้มตัวเล็กป้อมตัวต้นเรื่องร้องแง้วทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘แมว’ อัลเบลได้บอกเคลตั้งแต่เขาเข้าห้องทำงานมาแล้วว่ามันเป็นแมวที่หลงเข้ามาในสวนของราชวัง และอัลเบลเผอิญไปเจอเข้าพอดี

สิ่งที่เคลไม่รู้คือ ปกติแล้วอัลเบลคงส่งให้ข้ารับใช้สักคนไปจัดการดูแล แต่พอเจ้าชายรัชทายาทได้มองดวงตาสีน้ำตาลแดงทรงกลมของเจ้าแมวแล้วก็เกิดนึกถึงใครบางคนขึ้นมา

ด้วยเหตุนี้ เจ้าแมวส้มจึงได้รับพระเมตตาจากเจ้าชายรัชทายาท อนุญาตให้มันเข้ามาเดินนวยนาดบนห้องทรงงานของพระองค์ได้

รวมถึงได้รับสิทธิเข้าไปคลอเคลียกับแขกพิเศษของพระองค์ด้วย

“ข้าไม่ชอบเลี้ยงสัตว์”

“กระหม่อมก็ไม่ชอบแมว”

อัลเบลร้อง ‘โฮ่’ ในใจ มองคนที่ปากบอกว่าไม่ชอบแมว ทว่าทันทีที่เจ้าตัวน้อยกระโดดขึ้นตัก เขาไม่เพียงแต่ไม่ไล่มันออก ยังไล้มือลูบขนสีส้มเล่นอย่างเบามือด้วย

ไม่ต้องพูดถึงว่าคนไม่ชอบแมวคนนี้เลี้ยงแมวไว้แล้วถึงสองตน…

อัลเบลระงับรอยยิ้มที่พยายามจะผุดขึ้นตรงมุมปากจากภาพตรงหน้า กล่าวว่า “งั้นข้าคงต้องปล่อยมันออกไปสินะ”

ตัวอัลเบลไม่สนใจเลี้ยงสัตว์ และราชวังไม่ใช่ที่ๆ ใครจะนำสัตว์มาเลี้ยงได้ คงโชคดีถ้ามีคนงานสักคนสนใจรับไปเลี้ยงที่บ้าน

ตอนนี้เอง สิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งตัวในห้องก็พูดขึ้นมา

“มนุษย์ มนุษย์! เจ้าแมวเด็กกว่าอนกับฮงอีก เด็กกว่าข้าด้วย! ถ้าเจ้ารับเข้าบ้าน งี้ก็แปลว่าข้าจะไม่ใช่น้องเล็กสุดแล้วใช่ไหม!?”

ราอนพูดอย่างตื่นเต้นทั้งๆ ที่มีครีมเลอะอยู่รอบปาก เคลถอนหายใจก่อนจะดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้

หางของราอนสั่นไปมา ถึงใบหน้าจะอยู่ในมือเคล แต่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกลมโตก็ยังคงจ้องไปที่แมวที่อยู่บนตักของมนุษย์ของมัน

ถูกสิ่งมีชีวิตยิ่งใหญ่จ้องมองขนาดนั้น แม้ราอนจะไม่ได้ตั้งใจแผ่อำนาจใดๆ เจ้าแมวน้อยก็ยังสั่นกลัวจนรีบซุกหน้าเข้ากับหน้าขาของเคล ส่งเสียงแง้วๆ ออกมาไม่หยุดเหมือนขอความเมตตา

เคลถอนหายใจอีกครั้ง “นี่เป็นแมวธรรมดา เรารับไปไม่ได้หรอก”

ราอนยิ้มกว้าง “ถึงธรรมดาก็ไม่เป็นไร! ตัวข้าถึงจะยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่ย่อมยินดีแบ่งปันบ้านให้กับทุกคนที่ต้องการ! บ้านของเราเป็นแบบนั้นนี่มนุษย์!”

อัลเบลยิ้มตอบกับสายตาคาดโทษของเคลที่ส่งมาในเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปตอบราอน “สัตว์ธรรมดารับมือความกดดันจากเผ่าสัตว์อสูรไม่ไหวหรอกท่านราอน บ้านของท่านมีทั้งเสือ หมาป่า ไหนจะมังกรอีก เจ้าแมวน้อยนี่คงอยู่อย่างลำบาก”

‘เจ้าก็รู้นี่ ยังจะถามข้าอีกว่าอยากเอาไปเลี้ยงไหม!?’ สายตาอันหยาบคายของเคลแปลความได้อย่างนั้น แต่อัลเบลเริ่มชินแล้ว ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด

“ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้น ช่วยไม่ได้น้า” ราอนที่ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลาแล้วตีปีกพั่บๆ “เจ้าตัวน้อย! ตระเวนข้างนอกก็ไม่เลวหรอกนะ! กินให้อิ่มแล้วก็เที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ นั่นก็ฟังยอดเยี่ยมเหมือนกัน!”

เคลอดส่ายหน้าไม่ได้ แมวตัวนี้จะไปฟังรู้เรื่องได้ยังไง แต่ราอนก็ดูพอใจที่ได้ปลอบใจเจ้าแมวน้อย หันกลับไปกินเค้กพระราชทานต่ออย่างสบายอารมณ์

“อ๊ะจริงสิ นายพ่อบ้านของเจ้าคนนั้นชอบแมวมากนี่!”

ราอนหมายถึงรองพ่อบ้านฮานส์ที่คอยดูแลอนกับฮงช่วงแรกๆ นั่นเอง ฮานส์จะดีใจคลุ้มคลั่งแค่ไหนกันนะถ้าได้เลี้ยงแมวจริงๆ กับเขาสักที

แต่เคลตัดสินใจแล้ว “ไม่ได้”

“...โอเค มนุษย์”

เก็บตัวหนึ่งมา ต้องมีตัวต่อไป ทุกวันนี้เคลมีเรื่องให้จัดการไม่หวาดไม่ไหวอยู่แล้ว เรื่องงานอดิเรกหย่อนใจอย่างเลี้ยงสัตว์ ลืมมันไปได้เลย

อัลเบลมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ นึกถึงบทสนทนาที่มีกับทาช่า ท่านป้าของเขา

‘หืม? แมวมาจากไหนกันนี่? ของหลานหรืออัลเบล?’

‘เปล่าขอรับ ข้าเห็นมันหิวโซ พอให้อาหารเสร็จก็จะปล่อยมันไปแล้ว’

ทาช่าย่อตัวลง ลูบขนเจ้าแมวน้อยเบาๆ ‘ว้า น่าสงสารจังเจ้าตัวเล็ก ถ้าข้าว่างก็อยากจะดูแลเจ้าอยู่หรอก จริงสิ! คุณชายเคลก็มีแมวไม่ใช่หรือ ถามเขาดูดีไหม’

‘คงไม่ได้หรอกขอรับท่านป้า’

‘จริงสิ ข้าก็ลืมไปว่าแมวของเขาเป็นเผ่าอสูร’ ทาช่าว่าเขินๆ แมวทั่วไปกับแมวที่เป็นเผ่าอสูรมันเหมือนกันที่ไหน เธอลืมไปได้อย่างไรไม่รู้

ที่ทาช่าพูดมานั้นถูกต้อง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่อัลเบลคิดไว้

‘เสียใจด้วยนะ แมวเจ้าถิ่นไม่ยอมให้เจ้าเข้าบ้านแหละ...’

อัลเบลหัวเราะกับความคิดในใจตัวเอง เคลตวัดสายตามองเจ้าชายรัชทายาทที่วันนี้ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พาลให้เคืองสายตาอย่างบอกไม่ถูก

แมวส้มเหมือนรับรู้อารมณ์ของเคล มันรีบกระโดดออกจากหน้าขาของเขาอย่างรวดเร็ว วิ่งปรู๊ดไปหลบอยู่ที่ตะกร้ามุมห้อง

“หมดเรื่องรายงานแล้ว กระหม่อมขอตัวก่อนแล้วกัน”

“เชิญ”

เสียงอัลเบลยังไม่สิ้นพยางค์ด้วยซ้ำ เคลกับราอนก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว

อัลเบลส่ายศีรษะ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องอยู่ที่เจ้าแมวส้ม พูดพึมพำออกมาเบาๆ

“ดูสิ หัวหน้าแมวเจ้าอารมณ์เสียใส่ข้าซะแล้ว”



1

ทีแรกอัลเบลไม่ได้มีความคิดว่าเคลเหมือนแมวหรอก ไม่ได้เป็นคนต้นคิดด้วย

เขาไม่คิดนิยามเคลเป็นอะไรทั้งนั้น คนที่มีลักษณะนิสัยเป็นเอกลักษณ์จนโดดเด่นกว่าใคร เขาจะไปนึกถึงอย่างอื่นได้ยังไง

“เฮ้อ เจ้าเด็กนั่น”

อัลเบลได้ยินมังกรบรรพกาลที่นั่งอยู่ข้างๆ บ่นเบาๆ ด้วยความอยากรู้ว่าอะไรทำให้เอลฮาเบนที่นั่งจิบน้ำชาอย่างสง่างามรำพึงรำพันเหมือนคนแก่ขึ้นมาได้ อัลเบลจึงเงยหน้าขึ้นจากเอกสารขึ้นมองดูอย่างอยากรู้อยากเห็น

ปลายสายตาของมังกรคือกลุ่มเคลกับพวกเด็กๆ ทุกคนต่างมีกิจกรรมของตัวเอง เว้นแต่เคลผู้หลับอุตุอยู่บนผ้าปูใต้ต้นไม้

เมื่อครู่ตอนอัลเบลอ่านเอกสารหน้าที่ห้าสิบสาม เคลยังนั่งกินขนมอยู่เลย คาดไม่ถึงว่าเขาอ่านไปอีกเพียงสามหน้า เจ้าตัวกลับหลับไปแล้ว

 “ไม่รู้ว่าเจ้ามังกรลูกครึ่งกับเอลฟ์มองยังไงถึงเข้าใจผิดว่าเจ้าเด็กนี่เป็นมังกรซะได้”

“หืม มังกร? มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือขอรับ”

เอลฮาเบนจิบชาเข้าไปอีกอึก “ช่วงแรกๆ น่ะ พวกนั้นสัมผัสถึงราอนไม่ได้เลยเข้าใจว่ากลิ่นอายมังกรที่สัมผัสได้เป็นของเคล”

มังกร เคลน่ะหรือ?

อัลเบลนึกถึงใบหน้าหยิ่งสโยไร้อารมณ์ บวกกับนัยน์ตาวิบวับตอนได้รับป้ายทองของอีกฝ่าย…

อืม จะเข้าใจผิดก็ไม่แปลกเสียทีเดียว?

“ฮึ มังกรที่ไหนเป็นแบบนั้น” ถึงคำพูดจะดูไม่ชอบใจ แต่น้ำเสียงมีความเอ็นดูเจืออยู่อย่างเห็นได้ชัด

อัลเบลเบือนหน้าไปที่ใต้ร่มไม้อีกครั้ง หนึ่งคนหนึ่งแมวขนแดงนอนขดตัวกันเป็นก้อน สีหน้าของเคลดูสงบสุขอย่างหาได้ยาก ชเวฮันที่เดินหายไปเมื่อครู่เดินกลับมาพร้อมผ้าห่มผืนหนึ่ง แม้ตรงนี้จะมีแดดส่อง แต่อากาศโดยรวมค่อนข้างเย็น ไม่มีใครอยากเห็นคุณชายที่หน้าซีดอยู่เสมอผู้นี้จับไข้ขึ้นมา

“ข้าวเที่ยงเสร็จแล้วขอรับ!” เด็กๆ เผ่าหมาป่าที่เพิ่งออกมาจากครัวมาร้องเสียงดัง แมรี่รีบหันไปจุ๊ปาก ชี้ให้ดูว่าเคลกำลังหลับอยู่

แต่สายไปแล้ว เจ้าตัวตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงฝีเท้า เคลยกมือขยี้ตา บิดตัวซ้ายขวาเหมือนแมวขี้เกียจ ฮงที่ตื่นเพราะเคลขยับตัวก็หาวหวอดๆ ออกมาพร้อมกัน

เอลฮาเบนหลุดหัวเราะจนต้องวางแก้วชาลงกับโต๊ะ “ดูเข้า เหมือนกันยังกะแกะ”

“เหมือน…?”

หมายถึง เหมือนแมวน่ะหรือ

จะว่าไป…

เคลทั้งเข้าใจยาก หลุดออกไปตระเวนข้างนอกทีไรก็ก่อแต่เรื่องวุ่นวาย 

มีคนเข้าหาชอบวิ่งหนี พอไม่มีอารมณ์เล่นด้วยดันวิ่งหา

ไหนจะดวงตาคู่เรียวแสนหยิ่งที่ดูเหมือนจะมองเขาเป็นเพียงคนให้คุกกี้กับป้ายทองอีก

ในหัวของเจ้าชายรัชทายาทมีภาพพฤติกรรมของอีกฝ่ายผุดขึ้นมาไม่หยุด อัลเบลจมอยู่ในห้วงความคิดตัวเอง กระทั่งเอลฮาเบนลุกไปแล้วยังไม่รู้ตัว

เขาเงยหน้าขึ้น กะพริบตา คำพูดลอยๆ เอลฮาเบนเปลี่ยนมุมมองของเขาตั้งแต่วินาทีนั้น

 

2

“อะไรล่ะเนี่ย”

สาวใช้คนหนึ่งดึงเส้นยาวๆ สีแดงออกมาจากหมอนบนเตียงนอน

สาวใช้อาวุโสกว่าเดินเข้ามาใกล้ เพ่งมองเส้นผมหรือขนอะไรสักอย่างในมือเธอ “ผมไม่ใช่รึ?”

“ผม…?” เธอขมวดคิ้ว “ฝ่าบาทพระเกศาสีทองนี่ป้า...เหตุใดจึงมีผมสีแดงอยู่บนพระเขนยได้”

ห้องบรรทมของเจ้าชายรัชทายาทไม่ควรมีใครเข้าออกง่ายๆ ไม่ใช่หรือ ไม่ต้องพูดถึงว่าพระองค์เป็นคนรักความเป็นส่วนตัวขนาดไหนอีก

ในใจหญิงรับใช้รู้สึกกระวนกระวาย หรือพวกเธอจะบังอาจเข้าไปล่วงรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้เข้าให้แล้ว?!

“หืม กำลังทำความสะอาดอยู่หรือ?”

หญิงรับใช้ทั้งสองสะดุ้งโหยง เจ้าชายอัลเบลเดินเข้ามาหยิบของบนโต๊ะ ขณะที่กำลังเดินออกไปนั้น เด็กสาวก็เห็นว่าเขาเหลียวมองของในมือเธอแวบหนึ่ง

แม้จะเห็นความสงสัยในสายตาพวกเธอ พระองค์ยังคงคลี่ยิ้มอ่อนโยนตามเดิม

“อ้อ ดีเลย เก็บขนแมวของข้าให้หมดด้วยนะ ที่โซฟาก็น่าจะมีเหมือนกัน”

ขนยาวเฟื้อยปานนั้น แมวพระองค์สูงสองเมตรหรือ!!!

...แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ใครมันจะไปกล้าแย้งเล่า

“พ เพคะ!!”

หากพระองค์ตรัสว่ามันคือขนแมว มันก็คือขนแมวนั่นแหละ

พวกเธอได้แต่หลับหูหลับตาทำความสะอาดต่อไป...

(ในท่อระบายน้ำในห้องน้ำก็มี แมวพระองค์เข้าส้วมเองหรือ!!! ไม่ๆๆๆ พวกเธอจะไม่สงสัยอะไรอีกทั้งนั้น)

 

3

อัลเบลชักรู้สึกเสียใจที่วันนั้นเผลอคิดภาพตามเอลฮาเบนขึ้นมา

เพราะมันทำให้เขาเริ่มใช้ศัพท์แปลกๆ ทั้งที่ใช้พูดกับเคล ทั้งใช้บรรยายพฤติกรรมเคลในหัวอย่างห้ามไม่ได้

ดูอย่างวันนี้ ระหว่างวิ่งทำธุระที่อัลเบลไม่อยากรับรู้ เคลได้มาหยุดแวะที่ราชวังตอนบ่ายๆ เพื่ออัพเดทเรื่องไวท์สตาร์กับเขา

เห็นสภาพเหนื่อยอ่อนเหมือนไม่ได้นอนมาสามวันของอีกฝ่าย อัลเบลอดไม่ได้ที่จะบอกให้เขานอนพักสักหน่อยแล้วค่อยเดินทางต่อ

มีเสียงราอนโน้มน้าวช่วย เคลก็ยอมแต่โดยดี ทิ้งตัวลงนอนกับโซฟาตัวยาวที่ใช้คุยธุระเมื่อครู่ประเดี๋ยวนั้นเลย อัลเบลจะไล่ให้ไปนอนบนเตียงให้สบายๆ ยังพูดไม่ทัน

อัลเบลนั่งทำงานท่ามกลางเสียงเคี้ยวคุกกี้ของท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่ไปพลาง รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปราวชั่วโมงครึ่งแล้ว

“มนุษย์! นอนต่ออีกซี่!”

อุ้งเท้าข้างหนึ่งของราอนตบเข้ากับกลุ่มผมสีแดงเบาๆ จนผมที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วยุ่งเข้าไปอีก

เคลส่ายหน้า ลุกขึ้นนั่ง ท่าทางเหม่อๆ เหมือนยังไม่ตื่นดี ราอนดึงพายแอปเปิ้ลออกมาจากไหนไม่รู้วางลงบนจานคุกกี้ก่อนหน้า เอ่ยเร้าให้มนุษย์ของมันกินเข้าไป

แกร่ก

นัยน์ตาง่วงซึมมองชาชงร้อนๆ ตรงหน้า ก่อนค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้น 

ใบหน้าเจ้าชายรัชทายาทคลี่ยิ้มสดใสมาให้ เห็นแล้วตาแทบบอดจนต้องเลี่ยงหยิบถ้วยชาขึ้นมาถือแทน “...ขอบพระทัยพะยะค่ะ”

“กินอะไรก่อนแล้วค่อยไป” อัลเบลเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เห็นอีกฝ่ายยังง่วนเคี้ยวขนมทั้งๆ ที่หัวฟูก็หลุดปากออกไปว่า “สางขนเจ้าด้วย”

“พรู่ดด”

“แค่ก ข้าหมายถึง จัดผมให้เรียบร้อยด้วย”

เคลยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับปาก หรี่ตามองท่านพี่ในนามของตน เหมือนเมื่อกี้ไม่ใช่คำนี้นี่?

“เจ้าหิวมากหรือมนุษย์! ค่อยๆ กินก็ได้ ข้ายิ่งใหญ่เกรียงไกรมาก! เราจะไปตอนไหนก็ได้อยู่แล้ว” 

ราอนลูบหลังเคลอย่างเป็นห่วง มนุษย์หิวขนาดนี้เลยหรือ ไว้กลับบ้านเมื่อไรจะบอกชเวฮันให้คอยเตือนให้มนุษย์ของมันให้กินข้าวให้ตรงเวลาขึ้นหน่อย

“ไปเถอะราอน ท่านพี่ กระหม่อมทูลลานะพะยะค่ะ”

สุดท้ายเคลก็ไปทั้งๆ ที่ขนฟูอยู่อย่างนั้น อัลเบลเห็นแล้วคันมือยิกๆ อย่างไรบอกไม่ถูก

คราวหน้าจะหาแปรงมาไว้แถวนี้สักด้าม...ไว้แปรงขนให้นายท่าน

 

4

แต่โอกาสคว้าไม่ง่ายอย่างที่คิด

เคลตื่นเพราะรู้สึกได้ถึงอะไรเคลื่อนไหวตรงบริเวณหัว

เขารีบลุกขึ้น เห็นคนที่เป็นเจ้าชายรัชทายาทนั่งยองๆ อยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือหวีด้ามหนึ่งเอาไว้ ท่าทางชวนไม่ชอบมาพากล

“ทรงทำอะไรน่ะ???”

อัลเบลยิ้มค้าง

“แฮ่ม ขนของเจ้า...ข้าหมายถึง ผมเจ้ามันพันเป็นก้อน ถ้าเผลอเอามือไปสางเข้ามันจะเจ็บ ข้าเลยจะแกะให้”

“ไม่ต้องถึงมือพระองค์หรอกมั้งพะยะค่ะ???” ผมเขามันจะชี้โด่เด่แค่ไหน ต้องถึงกับให้เจ้าชายรัชทายาทอาณาจักรโรอันมาใส่พระทัยเชียวหรือ? แค่คิดเคลก็รู้สึกไม่ถูกต้องแล้ว

อัลเบลเหมือนเห็นเครื่องหมายคำถามลอยเต็มหาอีกฝ่ายเต็มไปหมด อดกระแอมไอออกมาอย่างกระดากอายไม่ได้

“โอ่ย”

“มนุษย์ เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า!” เห็นเคลลุกขึ้นพลางครางโอดโอย ราอนที่เข้าห้องมาพร้อมกับชเวฮัสพอดีก็รีบพุ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ

เคลโบกมือเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่เป็นไร “นอนโซฟาก็แบบนี้แหละ”

ครั้งหน้าแวะไปงีบที่บ้านตัวเองดีกว่า…

ตอนสองคนกับหนึ่งตัวจากไปแล้ว อัลเบลทอดสายตามองโซฟาตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนเรียกข้ารับใช้หน้าห้องทรงงานมารับสั่งอะไรบางอย่าง

 

5

“อัลเบล ทำไมเปลี่ยนโซฟาล่ะ?”

“แมวข้านอนไม่สบายขอรับ”

“หา?”

แมวส้มตัวนั้นของอัลเบลไม่ใช่ว่ามีคนรับไปเลี้ยงตั้งนานแล้วเหรอ?

หล่อนมองอัลเบลอย่างงุนงง อัลเบลเอาแต่ยิ้ม ไม่คิดตอบ ซ้ำยังไปค้นผ้าห่มมากองไว้บนโซฟาเพิ่มอีก พอถามก็ได้คำตอบแค่ว่าแมวของข้าขี้หนาว…

ทาช่าเกาหัวแกร่กๆ ถามใครดู ก็ไม่เห็นมีใครเคยเห็นแมวในห้องเจ้าชายอัลเบลสักตัว???

 

6

ทันทีที่ราอนต่อลูกแก้วสื่อสารให้ ทาช่าก็เอ่ยทักทายเคล 

“คุณชายเคล สวัสดีเจ้าค่ะ”

สีหน้าของทาช่าแปลกไปทันที เคลเห็นเข้าก็รู้สึกสังหรณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร รีบเร่งเร้าให้อีกฝ่ายพูดออกมา “เจ้ามีอะไรหรือ?”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกคุณชาย...ข้าแค่รู้สึกว่าอัลเบลทำตัวแปลกๆ คุณชายรู้สึกบ้างไหม?”

“หือ?” พอได้ยินว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เคลก็เอนตัวเข้ากับพนักพิง ครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนตอบว่า “ก็ไม่นะ?...ทรงแปลกเป็นปกตินี่ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าชายหรือ?”

ทรงแปลกเป็นปกติคืออะไรน่ะ? ทาช่าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วกัน “คุณชายเคยเห็นแมวของอัลเบลไหม?”

“หมายถึงแมวส้มที่ทรงเก็บมาหรือ ข้าคิดว่ามันถูกรับเลี้ยงไปแล้ว?”

“ใช่เจ้าค่ะ แต่อัลเบลพูดถึงแมวบ่อยมากเลย หลังๆ มานี่ ทำอะไรก็อ้างแต่แมว”

“อ้างแต่แมว? ทำไมทาช่าถึงคิดว่าพระองค์ทรงอ้างล่ะ?”

“ก็อย่างโซฟาที่เปลี่ยน อัลเบลบอกว่าแมวนอนไม่สบาย”

“อืมม”

“ขนมที่เก็บไว้ให้แมวกิน ข้าไม่คิดว่ามันเป็นขนมที่สัตว์กินกัน”

“อืมมม?”

“หมอนที่คุณชายเคลหนุนบ่อยๆ บนโซฟาด้วยเจ้าค่ะ อันนั้นเขาก็บอกว่าซื้อมาหะ...เอ๋”

จู่ๆ ทาช่าก็ตกใจจนหยุดพูดกระทันหัน เคลเอนตัวเข้าไปใกล้จอ เอ่ยถามเสียงเบาอย่างความเป็นห่วง

“ทาช่า???”

ทาช่าตัดสายไปทันที

 

7

“ข้าจะฟ้องคุณชายเคล”

“...!!!”